วัยเรียนประสบการณ์ที่น่าภูมิใจ

           พออายุย่างเข้า ๗ ปี (๒๕๐๑) บิดามารดาก็ส่งเข้าโรงเรียนชั้นประถมต้น ที่โรงเรียนสว่างศรีราษฎร์อุทิศ (โรงเรียนวัดหนองผักนาก ในปัจจุบัน) อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ในสมัยนั้นมีนายชิด สว่างศรี เป็นครูใหญ่ โรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน การไป-มาจึงใช้เท้าทั้งสองข้างเท่านั้น แต่บางโอกาสรถที่ผ่านไป-มา ก็รับบ้าง ในระหว่างนี้ เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ และครูทุกคน ในที่สุดก็จบออกมาด้วยคะแนนไม่ค่อยดีนัก



หลังจากนั้น ก็เข้าศึกษาต่อในชั้นประถมศึกษา ตอนปลาย (๒๕๐๕) ที่โรงเรียนสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายผดุง ครรท์ฤทธิ์ เป็นครูใหญ่ เลขประจำตัว ๙๒๗
โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้าน ๕ กิโลเมตร การไป-กลับ โดยอาศัยรถจักรยาน ถนนไม่ค่อยดี เวลาหน้าฝน หรือเวลาฝนตก ถนนลื่น รถติดไปไม่ได้ ต้องแบกรถจักรยานไป หลายต่อหลายครั้ง และหลายครั้งก็ไม่สามารถจะนำรถไปได้ต้องเดินจากบ้านถึงโรงเรียน
ชีวิตในโรงเรียนเป็นไปด้วยดี เป็นที่รักใคร่ของครูและเพื่อนๆ ทุกคน สิ่งที่ชอบมากที่สุดในระยะนั้น ก็คือ การกีฬาและการลูกเสือ (เป็นหัวหน้าหมู่ลูกเสือ)
ในระหว่างที่เรียนอยู่นั้น ได้มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ อยู่ตลอดเวลา สิ้นปีสุดท้าย จบออกมาด้วยคะแนน ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
จากนั้นก็มุ่งสู่ชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น (๒๕๐๘) ที่โรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี สมัยนั้น มีนายเสรี เสริมสุข เป็นครูใหญ่ เลขประจำตัว ๕๒๘






โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้าน ๕ กิโลเมตร. การไป-กลับก็เหมือนกับเมื่อสมัยตอนอยู่ ประถมศึกษาตอนปลาย ผิดกันก็ที่ว่า ตอนนั้นไม่มีการแบกรถไปโรงเรียน ชีวิตในช่วงนี้ เป็นไปด้วยดี

มีความขยันขันแข็ง อดทนมากเป็นพิเศษ ระยะนี้ เริ่มเข้าเรียนในโครงการโรงเรียนมัธยมแบบผสม แบบ ๒ (ค.ม.ส.๒ อาชีวเกษตร) มีการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ คู่ไปกับการเรียนวิชาสามัญ


หน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติสมัยเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีหลายอย่างด้วยกัน เช่น
๑)     ทำบัญชีต่างๆ ของห้องเรียนแทนครูประจำชั้น
๒)     เป็นบรรณารักษ์ ห้องสมุดโรงเรียน
๓)     เป็นบรรณาธิการ ห้องหนังสือพิมพ์ของโรงเรียน ต้องจัดรวบรวมและจัดพิมพ์ ออกจำหน่ายให้เพื่อนนักเรียน ทุกเดือนๆ ละฉบับ เป็นอย่างน้อย   มีผู้ร่วมงานด้วยกัน ๕ คน คือ
๑.     พีรพล  พฤกษชาติคุณากร
๒.    ชาญ  ทองไถ
๓.    บัญชา  อ่อนวิมล
๔.    สอาด  โง้วตระกูล
๕.    วิชัย  อุนนาทวรางกูล
๔)   เป็นประธานยุวกสิกร ประจำหน่วยอำเภอสามชุก สุพรรณบุรี มีการส่งเสริมด้านเกษตรกรรมในอำเภอสามชุก ตลอดจนจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ เพื่อวางแผนปรับปรุง และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ให้หมดไป และให้ดียิ่งขึ้นทุกเดือน
๕)  เป็นประธานศูนย์ธุรกิจเกษตรของโรงเรียน ต้องสั่งซื้อ เป็ด ไก่ ฯลฯ และจัดส่งให้เพื่อนนักเรียนใน ค.ม.ส.๒ (ทุกรุ่น) ส่วนมาก สั่งซื้อโดยตรงจากกรุงเทพฯ นครปฐม ฯลฯ ตลอดจนจัดซื้อวัตถุดิบต่างๆ มาผสมเป็นอาหารสัตว์ แล้วจำหน่ายให้เพื่อนนักเรียน รวมทั้งต้องทำบัญชีเงินสด/เงินเชื่อ ของสมาชิก ค.ม.ส.๒ ทุกคนด้วย นอกจากนี้ยังต้องมีหน้าที่เก็บรักษาเงิน-จ่ายเงิน ทั้งหมดของศูนย์ธุรกิจเกษตรด้วย มีเพื่อนร่วมงาน อีก ๒ คน คือ
๑.     นายเจือ  อินสว่าง                     ผู้จัดการ
๒.    นายเชาวลิต  บัวนาค               ผู้ช่วยผู้จัดการ
๖) เป็นหัวหน้าสารวัตร ประจำวันของโรงเรียน คอยดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยทั้งหมด ตอนกลางวัน ต้องออกไปตรวจตรานักเรียน ในตลาดตัวอำเภอสามชุก สุพรรณบุรี ทุกวัน
มีผู้ร่วมงาน ๖ คน คือ
๑.     สติ  ศิลาเจริญ
๒.    ธีรพงษ์ โชติวัชรินทร์
๓.    ปัญญา  โสขุมา
  ๔.    นิคม  พลชา
  ๕.    แสงจันทร์  แซ่โอ
  ๖.     แสงทอง  สุภามาตย์



นอกจากนั้น งานของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นงานใดก็ตาม ต้องมีข้าพเจ้าร่วมอยู่ด้วยทุกครั้ง โดยได้รับเชิญจากคณาจารย์ของโรงเรียน แม้แต่งานอยู่ค่ายพักแรม ของเหล่าอนุกาชาดก็ตาม ข้าพเจ้าก็ต้องไปร่วมสนุก ครื้นเครงด้วย ถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนชายเพียงข้าพเจ้าคนเดียวก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็ไม่สามารถปฏิเสธคำเชิญของคณาจารย์ได้ ด้วยเหตุนี้เอง ข้าพเจ้าจึงเป็นที่รู้จักและรักใคร่ของคณะครูและนักเรียนทุกคน จึงเป็นอันว่า ไม่มีนักเรียนคนใดในโรงเรียน ที่ไม่รู้จักข้าพเจ้าเลย ในระหว่างที่เรียนอยู่ ๓ ปีนั้น.
ในระหว่างที่เรียนอยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นั้น ข้าพเจ้าก็ได้ไปพักอยู่กับครูอาสาสมัครอเมริกัน ชื่อ นายโรเบอร์ท วากเนอร์ (MR. ROBERT WAGNER) เมื่อ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๐ อายุ ๑๕ ปี ๑๐ เดือน ๓ วัน ที่บ้านพักของท่าน ที่สามชุก สุพรรณบุรี

ROBERT WAGNER’S HOUSE
SAMCHOOK SUPHANBURI
ในขณะนั้น ท่านไม่สามารถพูดภาษาไทยได้เลย ทำเอาข้าพเจ้างงๆ อยู่พักหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่นานนัก ความรู้สึกดังกล่าวก็หมดไป
ภายในบ้านพัก อยู่ด้วยกัน ๕ คน คือ
๑.     MR. ROBERT  WAGNER
๒.    อเนก  อินทรสุข
๓.    บุญเลิศ  นุชนารถ
๔.    ประจักร  สว่างศรี
๕.    บำรุง  ปานสุวรรณ

ปัจจุบัน ท่านกลับอเมริกาแล้ว พักที่
๔๓๓๓ WEST, ๖๑ STREET, CLEVELAND , OHIO,
U.S.A, ๔๔๑๔๔.

เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น ทางโรงเรียนจะส่งข้าพเจ้าไปศึกษาต่อทางด้านเกษตรกรรม ในนามของโรงเรียน ที่โรงเรียมแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าอยากจะไป แต่ก็ต้องมีเหตุต้องเข้าสู่กรุงเทพฯ เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๑ เพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย สายสามัญ


โดยไปพักอยู่กับคุณลุงแล สว่างศรี และคุณป้าสุวพร สว่างศรี (ซึ่งเป็นชาวท่าช้าง เดิมบางฯ สุพรรณบุรี) ที่
๑๕ ซอย พร้อมมิตร ถ.สุทธิสาร สามเสนใน พญาไท กท.๔
เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๑ (อายุ ๑๖ ปี ๓ เดือน ๑๖ วัน) ต่อมาจึงย้ายไปอยู่ที่
๓๐/๗๕ ถ. สุทธิสาร พญาไท กท.๔
ภายหลังเปลี่ยนเลขที่บ้าน เป็น
๓๔๑ ถนนกรุงเทพฯ-สระบุรี พญาไท กท ๔
เมื่อ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๑ (อายุ ๑๖ ปี ๕ เดือน ๓ วัน)


ภายในบ้าน อยู่ด้วยกัน ๑๑ คน คือ
๑.     แล  สว่างศรี
๒.    สุวพร  สว่างศรี
๓.    พรทิพย์  ปัญญาไตรรัตน์
๔.    ฉลวย  สว่างศรี
๕.    พิกุล  สูงปานเขา
๖.     เกียรติศักดิ์  สว่างศรี
๗.    สมลักษณ์  สว่างศรี
๘.    ปราณี  สว่างศรี
๙.     นรสิทธิ์  บริสุทธิ์
๑๐.   สุนันท์  โพธิ์แก้ว
๑๑.  บำรุง  ปานสุวรรณ



มัธยมศึกษา ปีที่ ๔ (๒๕๑๑)
นางอารมณ์ อิศรางกูล ณ อยุธยา ติดต่อให้เข้าเรียนที่ โรงเรียนจรัสสมรอนุศาสน์ ทุ่งมหาเมฆ ยานนาวา กท ๑๒ สมัยนั้นมีนางสมร คุณดิลก เป็นครูใหญ่ เลขประจำตัว ๙๔๙




ปีนี้เอง ข้าพเจ้าเข้าไปเป็นนักเรียนประจำในฐานะเป็นหัวหน้าหอพักชาย เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๑๒ อายุ ๑๗ ปี ๕ เดือน ๑๔ วัน และที่นี่เอง ทำให้ข้าพเจ้าเป็นในทุกๆ ทาง รวมทั้งอบายมุข ๖ ประการด้วย การพนันทุกชนิด บุหรี่ เหล้า ยา การเล่นต่างๆ ที่บุคคลทั่วไปไม่นิยม เช่น บิลเลียด โบว์ลิ่ง ฯลฯ (แต่ปัจจุบันข้าพเจ้าไม่เคยแตะต้องสิ่งเหล่านั้นเลย)


 ครั้นพอขึ้นชั้น มัธยมศึกษา ปีที่ ๕ (๒๕๑๓) ข้าพเจ้าต้องย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบุตรข้าราชการ กองทัพบก (บ.ทบ. รุ่นแรก) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี) ตั้งอยู่ที่ ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ พญาไท กท ๔ 
สมัยนั้นมี พันเอกพิเศษประเจียด วรบิศร์ เป็นครูใหญ่ คณาจารย์ที่สอน ขณะนั้นเป็นของ โรงเรียนนายร้อย จ.ป.ร. ทั้งชุด เลขประจำตัว ๒๔๖๐
 
โดยพักอยู่กับ คุณอาจินดา บำรุงสุข และคุณอาสำเนียง บำรุงสุข (สำเนียง สว่างศรี บุตรบุญธรรมของคุณตา-คุณยาย
แต่มีศักดิ์เป็นน้องของคุณพ่อ) ที่ ๓๘๔ พหลโยธิน ซอย ๖ กท ๔ ไปอยู่เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๑๒

ภายในบ้าน มี ๑๔ คน คือ


๑.          นายจินดา  บำรุงสุข
๒.         นางสำเนียง  บำรุงสุข
๓.         ด.ช.นพดล  บำรุงสุข
๔.         ด.ญ.จินตนา  บำรุงสุข
๕.         ด.ญ.ดารณี  บำรุงสุข
๖.          นายตอง เกตุแก้ว
๗.         นางฉลวย  เกตุแก้ว
๘.         ด.ญ.รัชนี  เกตุแก้ว
๙.          ด.ช.สมชาย  เกตุแก้ว
๑๐.       นายดำ  ธัญญเจริญ
๑๑.       นายเฉลียว  ปรึกษา
๑๒.       นางเฉลี่ย  ปรึกษา
๑๓.       ด.ช.ไพโรจน์  ปรึกษา
๑๔.       ด.ช.ณรงค์  ปรึกษา


แต่ไปอยู่ได้ไม่เท่าไร มีผู้หญิงมาชอบข้าพเจ้าหลายคน ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้า รูปก็ไม่หล่อ พ่อก็ไม่รวย หนำซ้ำไม่เคยสนใจในเรื่องนี้เลย แต่ก็ไม่ทราบว่าทำไม บิดา-มารดาของฝ่ายหญิงจึงมาชอบข้าพเจ้าได้ เท่านั้นไม่พอ แถมยังเปิดโอกาส และติดต่อให้ข้าพเจ้าได้ใกล้ชิดกับบุตรีของท่านตลอดเวลาด้วยและด้วยเหตุผลของข้าพเจ้า ที่ว่า
 
๑.     ไม่อยากให้คุณพ่อ-คุณแม่ผิดหวัง เสียใจ
๒.     ตั้งใจมาเรียนแล้ว ไม่อยากให้เสียการเรียน
๓.     อนาคตจะมืดมนลงทันที
๔.     ต้องเป็นที่พึ่ง และเป็นตัวอย่างแก่น้องๆ ทุกคน
        เพราะข้าพเจ้าเป็น  บุตรคนโต
๕.     ยังไม่ถึงเวลา
๖.     ข้าพเจ้ายังไม่พร้อม

ถ้ารักเรียน      อย่าเรียนรัก
   ถ้าเรียนรัก        ต้องพักเรียน

ขณะนั้น คุณยายส้มลิ้ม สว่างศรี ซึ่งกำลังบวชเป็นชี ป่วยเป็นโรคปอดบวม อยู่ที่โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน (ห้อง ๓๐๒) ซอย ๕๕ (ทองหล่อ) ถนนสุขุมวิท กท. ข้าพเจ้าต้องไปปรนนิบัติ เฝ้าและคอยให้กำลังใจท่านตลอดเวลา จนท่านหายเป็นปกติดี
ประจวบกับคุณป้าสุวพร สว่างศรี กำลังจะคลอด ดช.จิรวัฒน์ สว่างศรี ไม่มีใครช่วยดูแลทางบ้าน (ผู้ช่วยแม่บ้านลาออกพอดี)
ด้วยเหตุดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงต้องย้ายที่อยู่ใหม่ โดยไปพักอยู่กับคุณลุงแล สว่างศรี ตามเดิมที่ ๓๔๑ ถ.กรุงเทพฯ-สระบุรี



สามเสนใน พญาไท กท ๔ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๕ (อายุ ๒๐ ปี ๑๐ เดือน ๓ วัน)
ภายในบ้าน มี ๑๐ คน คือ
๑.          แล  สว่างศรี
๒.         สุวพร สว่างศรี
๓.         เกียรติศักดิ์  สว่างศรี
๔.         สมลักษณ์ สว่างศรี
๕.         ปรานี สว่างศรี
๖.         จิรวัฒน์  สว่างศรี
๗.         พรทิพย์  ปัญญาไตรรัตน์
๘.         เล็ก  อาภรณ์รัตน์
๙.         เสน่ห์  ทองรอด
๑๐.       บำรุง  ปานสุวรรณ

เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๕ ศิลปะ โดยสมัครสอบ ประกาศนียบัตรที่ ๙๕๐ ออกเมื่อ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๓ แล้วข้าพเจ้าก็มุ่งเข้าสู่รั้วของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทันที  ในคณะบริหารธุรกิจ รหัส ๑๔๒๐๐๕๑๔ แต่ยังไม่ทันสำเร็จก็ลาออกเสียก่อน เพราะสุขภาพไม่ค่อยดี



แล้วจึงสอบเข้าศึกษาต่อ ที่วิทยาลัยครูธนบุรี ด้วยใจรัก ในชั้น ปป. ๑ ปี ป.กศ.สูง อีก ๒ ปี รหัส ๑๔.๒/๕.๑๘ โดยมีนางพึงใจ สินธวานนท์ เป็นผู้อำนวยการ ชีวิตในวิทยาลัยครู เป็นไปอย่างเรียบๆ เป็นที่รู้จักรักใคร่ของคณาจารย์ และเป็นที่กล่าวขวัญของเพื่อนนักศึกษาทุกคน และจบออกมาเมื่อปี ๒๕๑๖



ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาต่อในสถานสอนภาษา สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา (A.U.A.) เลขประจำตัว ๗๙๕๓๘ ใช้เวลา ๒ ปีจึงจบ



 
    จำใจจำจาก                    เพื่อนโอ้  จำจร
จำนิราศด้วยอาวรณ์             วุ่นว้า
จำห่างครูสอน                     แม้ไม่  นานนา
จำจากมิตรทั่วหล้า              จากด้วยอาลัย.

       บำรุง            รักเร่งสร้าง              ความดี  ไว้นา
       ปาน             ... ดังเกลือคงมี            รสแท้
       สุ                  ... จริตเป็นศรี               ศักดิ์ยิ่ง
       วรรณ          ... ณะสะอาดแผ้ว         แน่แล้วคนดี.