ด้านการงาน
๑. ในระหว่างที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้น ช่วงใดมีเวลาว่างจากการเรียน จะกลับมาช่วยงานทางบ้านเสมอ เพราะว่าช่วงนั้นคุณพ่อ นอกจากจะรับราชการครูแล้ว ยังออกรถแทรกเตอร์ ฮิทาชิ (HITICHI) รุ่น T ๐๙ (เท่ากับ D๖ ของ CATTER-PILLAR) รับจ้างทั่วไปภายในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียง เช่น อ่างทอง สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ อีกด้วย
๒. หลังจากจบการศึกษาแล้ว ต้องช่วยงานในบริษัท แลและสหายก่อสร้าง จำกัด ของคุณลุง ดูแลกิจการด้านการเงินทุกอย่างของบริษัทฯ ที่สำนักงานใหญ่ กทม.
จนกระทั่งปลายปี ๒๕๑๗ จึงขอออกไปคุมงานหน้าสนาม ซึ่งช่วงนั้นรับเหมางานก่อสร้างทางหลวงลาดยาง จากกรมทางหลวง อยู่ที่ อ.จุน-อ.ปง-อ.เชียงม่อน จ.เชียงราย ในตำแหน่งสมุห์บัญชี บางครั้งก็ออกไปช่วยคุมงาน / คุมคนงานที่หน้างานด้วย จนถึงปี ๒๕๒๐
ชีวิตในช่วงนี้ ตื่นเต้นมาก เพราะว่าเราต้องสร้างทางผ่านหมู่บ้านของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ซึ่งเป็นจุดแดงบนผืนแผนที่ของทหาร / ตำรวจหลายแห่ง ตำรวจและทหารยังผ่านเข้าไปไม่ได้ เมื่อพวกเราเข้าไป ก็ช่วยเขาพัฒนาหมู่บ้านทุกแห่ง ช่วยสร้างถนนในหมู่บ้าน / สะพาน / ปรับปรุงแหล่งน้ำ จึงเป็นที่รักและโปรดปรานของเขา ทุกครั้งที่เราเข้าไป พวกเขาต้อนรับเราอย่างดี ล้มหมู ล้มไก่ เป็ด เลี้ยงประจำ และมีหลายครั้งบนเส้นทาง ซึ่งมีเทือกเขาสลับซับซ้อน พวกเขาคอยดักซุ่มโจมตีทหาร / ตำรวจที่คอยช่วยคุ้มกันการก่อสร้างให้เรา พอรถเราไปถึง พวกเขารีบโบกมือให้เราผ่านไปโดยเร็ว พอเราพ้น เห็นรถทหาร / ตำรวจ พวกเขาก็โจมตีด้วยระเบิดมือ และปืน M ๗๙ เราต้องวิทยุเรียกกำลัง / ฮอร์ มาช่วยนำทหาร / ตำรวจที่บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล อ.เชียงคำ เป็นประจำ
๓. ปี ๒๕๒๑ ย้ายไปคุมกิจการเรือดูดแร่ดีบุกของบริษัทฯ ซึ่งเป็นเรือเหล็กลำใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ที่จังหวัดพังงา และภูเก็ต จากยอดเขาสูงสุดทางเหนือลงไปใต้น้ำต่ำสุดของภาคใต้ ตื่นเต้นดี ที่นี่มีการปล้นกันบ่อยมาก ทั้งในน้ำและบนบก ทั้งกลางวันและกลางคืน ปืน-อาวุธทันสมัยมากมาย ส่วนใหญ่ได้จาก ผกค. ภาคใต้ และโจรมลายูสนับสนุน พวกเราออกทะเล คราวละ ๑๐-๑๕ วัน เข้าฝั่งส่งแร่และจัดเตรียมเสบียง/น้ำ เพียง ๒ วัน แล้วก็ออกสู่ทะเลอีก อยู่อย่างนี้เป็นประจำ พบแต่น้ำและแสงแดดชีวิตใต้ทะเล สวยงามและตื่นเต้นมาก มีทั้งพื้นราบ / เหว / และภูเขาเหมือนบนบก แต่สวยงามกว่าหากใครไม่เคยดำลงใต้น้ำลึกๆ พอผ่านความลึกที่ ๕ เมตรไปแล้ว หูจะอื้อ จนทนไม่ไหว ต้องกลั้นลมหายใจแล้วกลืนน้ำลาย ช่วงนี้แก้วหูจะแตก เลือดไหลกระจาย หลังจากนั้น ก็จะสามารถดำลงไปในที่ลึกกว่าได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลอีก
๔. ปี ๒๕๒๒-๒๓ เป็นสมุห์บัญชีคุมงานก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน สาย อ.อู่ทอง – บ้านสระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ในช่วงนี้ ทางบริษัทฯ เปิดกิจการโรงโม่หิน ที่ อ.อู่ทองด้วย จึงต้องช่วยดูแลกิจการในโรงโม่หินด้วย
งานพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การทำระเบิดสำหรับระเบิดหิน มีหลายครั้งเมื่อข้าพเจ้าไม่อยู่ ผู้อื่นทำแทน ต้องตาย-บาดเจ็บสาหัสแทนข้าพเจ้า หลายคน / หลายครั้ง
แม้ข้าพเจ้าเองก็ยังอดเผลอไม่ได้ เกือบเอาชีวิตไม่รอด เคยถูกระเบิด มือ / ลำตัว / ใบหน้า เละจนจำไม่ได้ ต้องนอนรักษาตัว อยู่ในโรงพยาบาลคามิลเลี่ยน กทม. อยู่เป็นเดือน แต่ก็ยังโชคดี ที่ไม่ตายและตาไม่บอด ด้วยเหตุนี้ จึงเลิกทำระเบิดในที่สุด
๕. ปลายปี ๒๕๒๓ – ต้นปี ๒๕๒๖ ย้ายไปเป็นสมุห์บัญชี ของบริษัทฯ ที่ จ.ชลบุรี ในโครงการ งานก่อสร้างทางรถไฟสายภาคตะวันออก กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ รวมทั้งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายภาพถ่าย / วิดีโอ โดยเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ (LEARNING BY DOING)
ช่วงนี้การเงินของบริษัทฯสะพัดมาก เฉพาะค่าแรงคนงาน / เดือน ไม่เคยต่ำกว่า ๑ – ๒ ล้านบาทเลย ในช่วง ๑๐ ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาออกมาทำงาน ทั้งในภาคกลาง เหนือจดใต้ ข้าพเจ้าได้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ขั้นอุกฤษณ์ ถึง ๑๐ ครั้งด้วยกัน รถปิ๊กอัพ ๔ ครั้ง รถทัวร์ ๔ ครั้ง รถมอเตอร์ไซค์ยางระเบิด ๒ ครั้ง ทุกครั้งมีคนตาย และบาดเจ็บเกือบทั้งคัน แต่สำหรับข้าพเจ้า เลือดไม่เคยออกแม้สักหยดเดียว รอดได้ราวปาฏิหาริย์
๖. ต้นปี ๒๕๒๖ – ๕ มิถุนายน ๒๕๓๕ กลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว เมื่อมีบุตรสาว (ด.ญ.หทัย) พอเริ่มพูดได้ / พูดเก่งเสียด้วย ชอบถามคุณแม่บ่อยครั้งว่า “คุณแม่ขา คุณพ่อไปไหนคะ”
หลายครั้งเข้าก็ทำเอาคุณแม่น้ำตาคลอ จึงขอให้ข้าพเจ้ากลับมาทำงานทางบ้าน ขั้นแรก ข้าพเจ้ารับงานถ่ายภาพอย่างเดียว ต่อมาปลายปี ๒๕๒๘ จึงเริ่มรับงานวิดีโอ เพิ่มอีกอย่างหนึ่ง เพราะเคยมีประสบการณ์ด้านนี้จากการทำงานที่ชลบุรี ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ และในช่วงปลายปี ๒๕๓๒ ข้าพเจ้าได้เข้าทำงานในบริษัท ไทยสมุทรพาณิชย์ ประกันภัย จำกัด ด้วย ไต่เต้าไปตั้งแต่ตัวแทนธรรมดา / ตัวแทนมีบัญชี / หัวหน้าหน่วย / ผู้จัดการหน่วย (เสธ.) / และได้เป็น ผู้จัดการสาขา ประจำ อ.สามชุก ในที่สุดตำแหน่งผู้จัดการ ทั้ง ๒ ตำแหน่งนั้น ต้องผ่านการอบรม ที่ศูนย์ฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูง ของบริษัทฯ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และต้องผ่านการทดสอบในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ผ่านก่อนจึงจะสามารถเป็นได้ และข้าพเจ้าก็ผ่านมาแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ
ส่วนงานด้านภาพถ่ายและวิดีโอ ก็มีผลงานดีมาโดยตลอด และขยายรัศมีขึ้นเรื่อยๆ จากรอบๆ บ้าน / ภายในตำบล / ภายในอำเภอ / ภายในจังหวัด ขยายออกไปเรื่อยๆ จนเกือบทั่วประเทศ เช่น๑๕-๒๒ ก.ค. ๓๔ ประเทศอินเดีย
ภาคกลาง กทม. สมุทรปราการ อ่างทอง สุพรรณบุรี
สิงห์บุรี ชัยนาท
ภาคเหนือ นครสวรรค์ ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย
ภาคใต้ ราชบุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช
สงขลา พังงา ภูเก็ต
ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น
อุดรธานี อุบลราชธานี ปราจีนบุรี
และบ่อยครั้งที่ต้องออกไปถ่ายทำในต่างประเทศ เช่น พม่า กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และเนปาล
๑. วันที ๑-๓๑ ธ.ค. ๒๕๓๐ จากเชียงใหม่-เชียงราย เข้าไปในพม่า ช่วงนั้นพม่ายังเป็นเมืองปิด ห้ามนำกล้องถ่ายรูป / วิดีโอ เข้าประเทศ แต่ข้าพเจ้าทำใจดีสู้เสือ แอบเอาใส่รถตู้แล้วเปิดประตูไว้ เจ้าหน้าที่ไม่ตรวจ เพราะเห็นเราเปิดประตูรถ จึงรอดตัว จากการยึดทรัพย์ และถูกขังลืมในคุกขี้ไก่ ข้อหาจารชน ไปได้อย่างหวุดหวิด
๒. ๑๘ –๒๐ ธ.ค.๓๓ ประเทศมาเลเซีย เกาะปีนัง ที่นี่เข้มงวดเรื่องอาวุธมาก กฎหมายเฉียบขาด หากพกแม้แต่มีดยาวเกิน ๒ นิ้ว ต้องห่อให้เรียบร้อย แล้วพันด้วยเทป อย่างน้อย ๓ รอบ มิฉะนั้นถูกแขวนคอทันที อย่างอื่นก็เข้มงวดทุกอย่าง เราต้องระวังตัวทุกย่างก้าว
๓. ๒๓ – ๓๐ ธ.ค. ๓๓ ประเทศมาเลเซีย เช่น ยะหวี ปะริส เคดา บัตเตอร์เวอร์ท และปีนัง
๗. ๔-๑๔ ก.ค. ๓๔ ประเทศสิงคโปร์
๘.
๔. ๔-๘ มิ.ย. ๓๔ ประเทศมาเลเซีย ทั้ง ๑๓ รัฐ
๕. ๙-๑๒ มิ.ย. ๓๔ ประเทศสิงคโปร์
๖. ๑๓-๑๙ มิ.ย. ๓๔ ประเทศมาเลเซีย